"ระหว่างเราฉันนั้นรู้มันคงเป็นไปไม่ได้ ระหว่างเราฉันนั้นรู้ ระหว่างเราฉันเข้าใจ
โลกความจริงมันรุนแรง เกินกว่าใครจะรับไหว ฉันนั้นรู้ๆ ว่าตัวฉันต้องห้ามใจ"
แค่เริ่มต้นบทเพลงก็รู้ได้ทันที่ว่าบทเพลงนี้มันช่าง "โดนใจ"
แบบว่าอะไรมันจะตรงแบบนี้ มันช่างเหมือนว่าเพลงๆ นี้แต่งมาเพื่อเรา
นั้นคงเพราะเรื่องราวของเรามันเป็นได้แค่เพียงใน "จินตนาการ"
แม้จะรู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ "จะทรมานสักเท่าไร แต่เราก็คงต้องฝืนทน
ก็มันเป็นเรื่องของเหตุผลที่ต่างคนต้องเข้าใจ ไม่ว่าเราจะดึงดันจะดื้อรัน
สักเพียงไหน เราก็คงจะต้องยอมปล่อยให้มันต้องเป็นไป...."
ใช่เลย!!ขอรับ "ไม่ว่าเี่ราจะดึงดันจะดื้อรันสักเพียงไหน เราก็คงจะต้องยอมปล่อยให้มันต้องเป็นไป"
นั้นคงเพราะ "โลกความจริงมันรุนแรงเกินกว่าใครจะรับไหว"
ดังนั้นแล้ว "ฉันนั้นรู้ๆ ว่าตัวฉันต้องห้ามใจ" เพราะโลกความจริงมันไม่งดงามเหมือนเทพนิยาย
ไม่สวยงามดั่งจินตนาการ เพราะความจริงเราไม่มีกัน มันทรมานนะขอรับ
ที่เราไม่ได้มีกันและกันจริงๆ นั้นเพราะโลกความจริงมันรุนแรงเกินไป
โลกที่เทียบไม่ได้กับจินตนาการ สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้ก็มีแต่เพียงการ "ฝืนทน"
ด้วยเหตุผลบางอย่างที่เราทั้งหมดต้องเข้้าใจ เหตุผลแห่งความเป็นจริง
นั้นเพราะเรามีกันและกันได้แค่เพียงในจินตนาการ แม้เหตุผลนี้ฟังดูทรมาน
แต่เราก็ต้องเข้าใจและทำใจกับเหตุผลนั้น โดยปล่อยให้มันเป็นไป
แต่รู้อะไรไหมขอรับ "โลกความจริงเป็นเช่นไร ฉันไม่รู้ไม่สนใจ"
ข้าพเจ้าไม่สนใจโลกความจริง ไม่ว่าใครจะมองยังไง เรายังมีกันเสมอ
เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่า "วันพรุ่งนี้เป็นเช่นไร ฉันไม่รู้ไม่สนใจ"
นั้นเพราะ "อยู่ในจินตนาการอยู่ในฝันฉันเรื่อยไป จะเก็บเรื่องราวของเราเอาไว้...ในจินตนาการ"
พวกเราทั้งหมดจะอยู่ในจินตนาการของกันและกันเสมอ "จะเก็บเรื่องราวของเราเอาไว้เสมอ"
nanoei
ปิ๊ง ปิ๊ง
วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554
ไม่จริงใช่ไหม
บางครั้งก็แอบน้อยใจ (ไม่ซิหลายๆครั้ง)
ข้าพเจ้าไม่ใช่ส่วนเกินใช่ไหมขอ รับ
แค่เพราะเราอยู่ตรงนี้ ตรงที่ไกลกัน
แต่ไม่ได้หมายความความข้าพเจ้าเ ป็นส่วนเกินใช่ไหม
การที่ข้าพเจ้าไม่ได้ยืนอยู่ตรง นั้น แบบใครๆ
เท่ากับข้าพเจ้าเพิ่มช่องว่างมา กเกินไปหรือเปล่า
เกลียดความรู้สึกแบบนี้ที่สุดเล ย........
เกลียดความรู้สึกที่เหมือนกับว่าเป็นคนนอกที่สุด
หลายครั้งที่เข้าไปดู แล้วรู้สึกเหมือนเป็นคนนอก
เพราะอะไรๆ เพราะข้าพเจ้าอยู่ตรงนี้
ตรงที่มันไกลเกินไปหรือเปล่า ใช่หรือเปล่า
เนยอยากคุยกับแม่ อยากให้แม่เม้นท์เฟสคุยกะเนย
เหมือนที่แม่คุยกับน้าปุ๊ กับพี่หน่า กับใบเตย
รู้ไหมดีใจมากแค่ไหน ทุกครั้งที่เห็นแม่ออนเฟส
หลายครั้งที่เข้าไปหน้า wall ของแม่แล้วอยากไปเม้นท์
อยากไปคุยเหมือนคนอื่นๆ แต่กลับรู้สึกเหมือนไม่มีส่วนร่วม
รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกิน รู้สึกว่าเราไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น
รู้สึกเสียใจ.... เนยเป็นคนคิดมาก และอาจมากเกินไป
วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554
เหอ....
บางครั้งก็รู้สึกแย่ๆ ทำไมว่ะ เราแคร์ความรู้สึกคนอื่น
แต่ทำไมคนอื่นไม่แคร์ความรู้สึกเรา ทั้งเซงทั้งเศร้า
นี้ข้าพเจ้าไม่มีตัวตนหรือเป็นคนนอกสายตา
เซงมากมายขอรับ ทีเขาเราตามใจ ทีเราเขาขัดใจ
ทำไมถึงชอบทำตัวตบหัวแล้วลูบหลัง
ตบให้เจ็บแล้วมาปลอบใจ... ถึงจะให้อภัยแต่ก็ไม่ได้หายเจ็บ
แต่ทำไมคนอื่นไม่แคร์ความรู้สึกเรา ทั้งเซงทั้งเศร้า
นี้ข้าพเจ้าไม่มีตัวตนหรือเป็นคนนอกสายตา
เซงมากมายขอรับ ทีเขาเราตามใจ ทีเราเขาขัดใจ
ทำไมถึงชอบทำตัวตบหัวแล้วลูบหลัง
ตบให้เจ็บแล้วมาปลอบใจ... ถึงจะให้อภัยแต่ก็ไม่ได้หายเจ็บ
วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554
ลอกคราบ
วันก่อนไปซื้อสบู่มาดามเฮงมาใช้ เพราะว่าอ่านฉลากแล้วเห็นว่าสรรพคุณดี
บวกด้วยฉลากเขียนว่า สระผมได้ช่วยให้ศรีษะโล่งสบาย นะเนยเลยจัดมา 1 ก้อน
กลับมาถึงห้องก็ลองเซิร์ทในห้องแป้ง pantip กะ สาวๆจีบันดูว่ามีผลข้างเคียงไหม
เห็นมีแต่คนบอกว่าใช้แล้วดี ใช้แล้วลดสิว แต่มันจะทำให้ผิวแห้ง
แต่นะเนยก็ไม่ได้คิดไงว่ามันจะแห้งขนาดนี้ แห้งมาก ถึงมากที่สุด
ทนไม่ไหวต้องไปซื้อ baby oils มาทา (เรียกว่าชโลมจะดีกว่า) T^T
ขนาดเบบี้ออยส์ ยังเอาไม่อยู่ ผิวเป็นขุ่ยๆ แห้งมาก เหมือนลอกคราบเลย
อยากจะร้องไห้ แง่ แง่ เดี๋ยวก็เอาน้ำมันพืชทาตัวแทนเลยนิ อ่ะโด่วววว
แถมพึ่งซื้อมาด้วย เสียดาย...จะทนใช้ต่อไปจนกว่าจะหมด แล้วก็เอาออยส์ทาเอา
บวกด้วยฉลากเขียนว่า สระผมได้ช่วยให้ศรีษะโล่งสบาย นะเนยเลยจัดมา 1 ก้อน
กลับมาถึงห้องก็ลองเซิร์ทในห้องแป้ง pantip กะ สาวๆจีบันดูว่ามีผลข้างเคียงไหม
เห็นมีแต่คนบอกว่าใช้แล้วดี ใช้แล้วลดสิว แต่มันจะทำให้ผิวแห้ง
แต่นะเนยก็ไม่ได้คิดไงว่ามันจะแห้งขนาดนี้ แห้งมาก ถึงมากที่สุด
ทนไม่ไหวต้องไปซื้อ baby oils มาทา (เรียกว่าชโลมจะดีกว่า) T^T
ขนาดเบบี้ออยส์ ยังเอาไม่อยู่ ผิวเป็นขุ่ยๆ แห้งมาก เหมือนลอกคราบเลย
อยากจะร้องไห้ แง่ แง่ เดี๋ยวก็เอาน้ำมันพืชทาตัวแทนเลยนิ อ่ะโด่วววว
แถมพึ่งซื้อมาด้วย เสียดาย...จะทนใช้ต่อไปจนกว่าจะหมด แล้วก็เอาออยส์ทาเอา
ฉันดีใจที่มีเธอ
วันนี้คุยเฟสกะท่านชอลิ่วเฮียงหรือสังคามาระตา (ตัวอ้อม)
ดีใจจัง ที่ตัวคิดถึงเค้า เค้าอาจไม่ได้ยืนข้างๆ ตัวเวลานี้
เวลาที่ตัวรู้สึกแย่ แต่เค้ายังอยู่ที่เดิมเสมอนะ
ยืนในตำแหน่ง "เพื่อน" ของตัวอย่างเหนี่ยวแน่น ^^
ขอบคุณนะที่นึกถึงกัน แม้เค้าจะไม่ได้ช่วยอะไรให้ตัวสบายใจขึ้น
แต่เค้า่สัญญาว่าจะไม่ทำให้ตัวรู้สึกแย่มากกว่านี้
ดีใจจัง ที่ตัวคิดถึงเค้า เค้าอาจไม่ได้ยืนข้างๆ ตัวเวลานี้
เวลาที่ตัวรู้สึกแย่ แต่เค้ายังอยู่ที่เดิมเสมอนะ
ยืนในตำแหน่ง "เพื่อน" ของตัวอย่างเหนี่ยวแน่น ^^
ขอบคุณนะที่นึกถึงกัน แม้เค้าจะไม่ได้ช่วยอะไรให้ตัวสบายใจขึ้น
แต่เค้า่สัญญาว่าจะไม่ทำให้ตัวรู้สึกแย่มากกว่านี้
วนเวียนและเวียนวน
ไม่รู้ว่าเป็นการผิดพลาดครั้งสำคัญหรือเปนโชคอันใหญ่หลวง
ข้าพเจ้าไม่ได้ฝึกงาน เพราะไอ้ไม่ไปฝึกงานนี้แหละเลยหาภาระให้ตัวเอง
โดยการลงเรียนวิชาเลือกไปอีก 2 ตัว จะว่าไปก็ดีนะ โดยเฉพาะปรัชญาไทย
เรียนแล้วเข้าใจสัจธรรมอะไรบนโลกใบนี้ได้หลายๆ อย่าง
ที่สำคัญ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่า การเปนมนุษย์สุดแสนจะลำบาก
บางทีรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตมนุษย์ บางทีรู้สึกอยากพัฒนาตัวเองให้ดีกว่านี้
หลายครั้งที่คิดได้ว่า บัว 4 เหล่าที่พุทธองค์เคยสอน ล้วนอยู่ในตัวเราทั้งนั้น
บางครั้งโกรธ เกลียด เคียดแค้น อิจฉา ริษยา รู้สึกว่าตัวเองเหมือนบัวที่อยู่ใต้ตม
อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก พอเริ่มคิดได้เริ่มมีสติก็เหมือนเราออกมาจากโคลนตมนั้นได้แล้ว
(ช่างรู้สึกดีจริงๆ ) ยิ่งมีสติยิ่งได้คิด ได้พิจารณาก็ยิ่งรู้สึกอยากหลุดพ้น อยากทำได้กรรมดี
มันก็เริ่มเห็นแสงอาทิตย์ที่อยู่เหนือพื้นน้ำ ทอประการระยิบระยับ แหงนหน้ามอง
แล้วบอกกับตัวเองว่าฉันจะทำให้ได้ ตอนนี้ฉันเปนบัวปิมน้ำ ฉันจะทำให้ได้
เพื่อฉันจะเปนบัวที่โผล่พ้นน้ำ และเบ่งบานรับแสงอาทิตย์
แต่แล้วโผล่พ้นน้ำได้ไม่นาน ทำไมตอนนี้เหมือนฉันกำลังดำดิ่งลงไปในน้ำในอีกทั้ง
วนเวียน และเวียนวน เมื่อไหร่นะ ที่ฉันจะเปนบัวพ้นน้ำที่แท้จริงสักที
ข้าพเจ้าไม่ได้ฝึกงาน เพราะไอ้ไม่ไปฝึกงานนี้แหละเลยหาภาระให้ตัวเอง
โดยการลงเรียนวิชาเลือกไปอีก 2 ตัว จะว่าไปก็ดีนะ โดยเฉพาะปรัชญาไทย
เรียนแล้วเข้าใจสัจธรรมอะไรบนโลกใบนี้ได้หลายๆ อย่าง
ที่สำคัญ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่า การเปนมนุษย์สุดแสนจะลำบาก
บางทีรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตมนุษย์ บางทีรู้สึกอยากพัฒนาตัวเองให้ดีกว่านี้
หลายครั้งที่คิดได้ว่า บัว 4 เหล่าที่พุทธองค์เคยสอน ล้วนอยู่ในตัวเราทั้งนั้น
บางครั้งโกรธ เกลียด เคียดแค้น อิจฉา ริษยา รู้สึกว่าตัวเองเหมือนบัวที่อยู่ใต้ตม
อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก พอเริ่มคิดได้เริ่มมีสติก็เหมือนเราออกมาจากโคลนตมนั้นได้แล้ว
(ช่างรู้สึกดีจริงๆ ) ยิ่งมีสติยิ่งได้คิด ได้พิจารณาก็ยิ่งรู้สึกอยากหลุดพ้น อยากทำได้กรรมดี
มันก็เริ่มเห็นแสงอาทิตย์ที่อยู่เหนือพื้นน้ำ ทอประการระยิบระยับ แหงนหน้ามอง
แล้วบอกกับตัวเองว่าฉันจะทำให้ได้ ตอนนี้ฉันเปนบัวปิมน้ำ ฉันจะทำให้ได้
เพื่อฉันจะเปนบัวที่โผล่พ้นน้ำ และเบ่งบานรับแสงอาทิตย์
แต่แล้วโผล่พ้นน้ำได้ไม่นาน ทำไมตอนนี้เหมือนฉันกำลังดำดิ่งลงไปในน้ำในอีกทั้ง
วนเวียน และเวียนวน เมื่อไหร่นะ ที่ฉันจะเปนบัวพ้นน้ำที่แท้จริงสักที
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)